Skip navigation

Assignment:บทความฉบับร่าง

หัวข้อ:”ผนังบ้านต้านความร้อน“ที่เหมาะกับสภาพอากาศของจ.พิษณุโลก

               เนื่องด้วยปัจจุบันโลกของเราต้องเผชิญกับภาวะโลกร้อน จึงทำให้สภาพภูมิอากาศของจังหวัดพิษณุโลกมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดพิษณุโลกจึงต้องเผชิญกับแสงแดดจัดเกือบตลอดทั้งปี ทำให้หลีกหนีความร้อนไปไม่พ้น ถึงแม้ว่าเราจะสร้างสิ่งก่อสร้าขึ้นมาเพื่อป้องกันแดดแต่ก็ยังเกิดปัญหาความร้อนที่เข้ามายังตัวอาคารได้ การเลือกวัสดุมาทำผนังอาคารจึงควรคำนึงถึงการต้านทานความร้อนด้วย ไม่ใช่เลือกเพราะตอบสนองความต้องการของตนเอง ถ้าเลือกวัสดุโดยไม่ตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ปัญหาความร้อนก็คงไม่มีทางลดลง หรือในทางกลับกันความร้อนอาจจะเพิ่มมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

                การขจัดหรือแก้ไขปัญหาความร้อนที่เกิดขึ้นภายในตัวอาคารในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยาก หรือไกลตัวเพราะวิวัฒนาการทางด้านการคิดค้นการผลิตวัสดุทำผนังเพื่อต้านทานความร้อนก้าวไกลมากยิ่งขึ้น ถ้าเรารู้จักที่จะศึกษาหาข้อมูลและพิจารณาคุณสมบัติของวัสดุว่ามีความเหมาะสมกับพื้นที่ที่เราอยู่หรือเปล่าก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อ

ผนังต้านความร้อนคือ การทำให้ความร้อนนั้นไม่สามารถผ่านจากผนังภายนอก ไปสู่ภายในห้องได้ซึ่ง มีหลายวิธี เช่น นำวัสดุที่ความร้อนไม่สามารถผ่านได้ การทำให้ผนังสามารถให้อากาศร้อนไหลเวียนออกจากผนังได้  หรือการนำวัสดุที่เป็นฉนวนมาทำผนังเพราะ ป้องกันความร้อนได้ดี เป็นวัสดุที่มีค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อนต่ำ หรือ ค่า K ต่ำกว่า 0.03 W/m ํc ค่าวัสดุจะมีราคาแพงตกตารางเมตรละพันกว่าบาท ซึ่งคนที่มีงบประมาณในการก่อสร้างน้อยไม่สามารถสร้างได้

                 โดยทั่วไปวัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างผนังอาคารบ้านเรือน ได้แก่ อิฐ(Brick) เป็นวัสดุที่นำมาใช้ด้านงานก่อสร้างเป็นเวลาช้านานประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว อียิปต์เป็นชาติแรกที่ใช้อิฐก่อผนัง ต่อมาพวกบาบิโลเนีย พัฒนาต่อมาเรื่อยๆ อิฐในสมัยโบราณจะทำมาจากดินเหนียว โดยการขึ้นรูปเป็นก้อนอิฐด้วยมือ ซึ่งพบว่าอิฐที่ได้จะมีขนาดไม่เท่ากัน ลักษณะที่ใช้งานแตกต่างจากคอนกรีตในเรื่องความแข็งแรงคือ อิฐที่ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความแข็งแรงมาก เพราะใช้งานก่อกำแพงหรืองานเพื่อความสวยงาม และ การทำอิฐสำหรับการก่อสร้างของคนไทยได้ทำกันมานานแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัวในแถบชนบท ซึ่งมีขนาดเล็ก และอิฐที่ผลิตส่วนใหญ่เป็นอิฐมอญ ต่อมาได้มีการตั้งโรงงานใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยมากขึ้น โดยอิฐที่ทำการผลิตมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่ อิฐบล็อก อิฐมวลเบา อิฐโฟม อิฐแก้ว และกระจก โดยเฉพาะการผลิตอิฐมวลเบาจัดว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ด้านวัสดุก่อสร้าง ที่มีอัตราการเติบโตในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เป็นที่รู้จักในตลาดเพิ่มมากขึ้นขณะที่อิฐมวลเบามีการใช้มานานในต่างประเทศแต่ยังเป็นวัสดุก่อสร้างแบบใหม่สำหรับประเทศไทย ปัจุบันอิฐมวลเบาเป็นที่รู้จักและยอมรับสำหรับวงการออกแบบงานสถาปัตยกรรมในด้านคุณสมบัติที่โดดเด่น จึงมีการเปลี่ยนมาใช้อิฐมวลเบาทดแทนอิฐมอญหรืออิฐบล็อกมากขึ้น

ลักษณะของอิฐมวลเบา
อิฐมวลเบาเป็นวัสดุที่ผลิตมาจากการนำ ทราย ซีเมนต์ ปูนขาว ยิปซั่ม และผงอลูมิเนียม มีฟองอากาศมากประมาณ 75% ทำให้เบา(ลอยน้ำได้) ฟองอากาศเป็น closed cell ไม่ดูดซึมน้ำ(ดูดซึมน้ำน้อยกว่าอิฐมอญ 4 เท่า) ความเบาก็จะทำให้ประหยัดโครงสร้าง เป็นฉนวนความร้อน ค่าการต้านทานความร้อนดีกว่าคอนกรีตบล็อก 4 เท่า ดีกว่าอิฐมอญ 6-8 เท่า ไม่สะสมความร้อนทำให้ประหยัดจากการลดขนาดเครื่องปรับอากาศลง 20% ประหยัดได้ประมาณ 3,000 – 9,000 บาท/เครื่อง  ไม่ติดไฟ ทนไฟ 1,100 องศาได้นาน 4 ชม. กันเสียงได้ดี เมื่อฉาบจะแตกร้าวน้อยกว่าก่ออิฐฉาบปูน เนื่องจากตัวบล็อกกับปูนฉาบมีส่วนผสมที่ใกล้เคียงกันขนาดมาตราฐานของ อิฐมวลเบาซึ่งมีขนาดตามาตรฐาน กว้าง 20 ซม. ยาว 60 ซม. และมีความหนา 7.5, 10, 12.5, 15, 20, 25 ซม. สำหรับชั้นคุณภาพ 2 ชนิด0.5 จะมีความหนาแน่นแห้ง ไม่เกิน 500 กก./ลบ.ม. และค่ารับกำลังแรงอัด ไม่น้อยกว่า 30 กก./ตร.ซม. ตามมาตรฐาน มอก. 1505-2541 สำหรับชั้นคุณภาพ 4 ชนิด 0.7 มีความหนาแน่นแห้ง ไม่เกิน 700 กก./ลบ.ม. และค่ารับแรงอัด ไม่น้อยกว่า 50 กก./ตร.ซม. ตามมาตรฐาน มอก.1505-2541

ประเภทของอิฐมวลเบาแบ่งเป็น 3 ประเภท

1. ประเภททำให้มีฟองอากาศข้างใน เหมือนเราทำขนมเคก โดยมี “สารฟู” เป็นตัวช่วย

2.  เป็นการใช้ additive เป็นส่วนผสมให้เบาๆ

อย่างที่สองตอนนี้ใช้ที่ CPAC ทำเป็นผนังเบาสำเร็จ

3. อย่างสุดท้าย ก็คือใช้โฟม์ เป็น aggrigate ส่วนผสมของทรายและปูน กวนกัน

เปรียบเทียบคุณสมบัติอิฐมอญกับคอนกรีตมวลเบา

คุณสมบัติ อิฐมอญ อิฐมวลเบา
โครงสร้างบล็อค ตัน กลวง
ก่อผนังเป็นผนังรับแรง ไม่ได้ ได้
การดูดซึมน้ำ สูง ปานกลาง
ความหนาของปูนก่อระหว่างก้อน 1.5 เซนติเมตร 2.3 มิลลิเมตร
ความหนาของปูนที่ฉาบ 20-25 มิลลิเมตร 10 มิลลิเมตร
น้ำหนักวัสดุ (กก./ตร.ม.) 130 45
น้ำหนักผนังรวมฉาบปูน 2 ด้าน (กก./ตร.ม.) 180 90
จำนวนใช้งานต่อ 1 ตร.ม. (ก้อน/ตร.ม.) 130 – 145 8.33
ค่ากำลังอัด ( Compressive Strength ) (กก./ตร.ซม.) 15 – 40 30 – 80
ค่าการนำความร้อน ( Thermal Conductivity ) ( วัตต์/ม.เคลวิน ) 1.15 0.13
ค่าการถ่ายเทความร้อนรวม OTTV ( วัตต์/ตร.ม. ) 58 – 70 32 – 42
อัตราการกันเสียง ( STC Rating ) ( เดซิเบล ) 38 43
อัตราการทนไฟ ( Fire Rating ) (ความหนา 10 เซนติเมตร) 2 4
ความเร็วในการก่อ ( ตร.ม./วัน ) 6-12 15-25
เปอร์เซ็นต์สูญเสีย / แตกร้าว 10 – 30 % 0 – 3 %
การติดตั้งวงกบประตู-หน้าต่าง หล่อเสาเอ็นทับหลังและต้องมีค้ำยัน ไม่ต้องเททับหลังและไม่ต้องมีค้ำยัน
ราคา ไม่แพง ค่อนข้างแพง

จากตารางเปรียบเทียบจะสรุปได้ว่า 

ข้อดีก็คือ  1.อิฐมวลเบามีประสิทธิภาพในการต้านทานความร้อนสูงกว่าอิฐมอญ  

            2.ก่อสร้างเสร็จเร็วกว่าอิฐมอญเพราะมีขนาดก้อนที่ขนาดใหญ่กว่า

            3.สามารถก่อเป็นผนังรับน้ำหนักได้โดยไม่ต้องใช้เสาแต่ความแข็งแรงคงเดิม จึงทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างลงได้

            4.อัตราการดูดซึมน้ำน้อยกว่า

            5.น้ำหนักเบากว่าสามารถก่อผนังที่มีความสูงไม่มากนักโดยไม่ต้องมีคานมารองรับ

            6.มีกำลังอัดที่ดีช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทาน

            7.กันเสียงได้ดีกว่าสามารถนำไปใช้ในการออกแบบอาคารที่ไม่ต้องการเสียงรบกวนได้

            8.เป็นผนังกันไฟได้ดีกว่าเวลาเกิดไฟไหม้

            9.เปอร์เซ็นการแตกร้าวมีน้อยกว่าทำให้ไม่ต้องซ่อมหลายครั้งซึ่งจะทำให้ความแข็งแรงลดลงได้

           10.การติดตั้งวงกบประตู-หน้าต่างไม่ต้องเททับหลังและไม่ต้องมีค้ำยันทำให้ประหยัดทั้งเวลาและโครงสร้าง

ดังนั้นอิฐมวลเบาจึงมีความน่าสนใจที่ชาวพิษณุโลกจะเลือกอิฐมวลเบามาพิจารณาในการเลือกวัสดุก่อสร้างผนังอาคารถ้าเล็งเห็นถึงคุณสมบัติข้างต้นที่กล่าวมา

ข้อเสียก็คือ  ในเรื่องของราคาค่อนข้างแพงกว่าอิฐมอญ เเต่เมื่อนำมาพิจารณาดูถ้าเราจะออกแบบงานสถาปัตยกรรมที่ประหยัดพลังงานหรือการป้องกันความร้อนเข้ามาในต้วอาคาร การใช้วัสดุก่อผนังประเภทอิฐมอญอาจจะต้องมีการก่อผนังหนาถึงสองชั้นหรือไม่ก็ต้องมีการเสริมฉนวนเข้าไปด้วย ซึ่งอาจจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ แต่ถ้าเราเลือกใช้อิฐมวลเบาในการก่อผนังก็สามารถก่อชั้นเดียวก็ได้ และยังป้องกันความร้อนได้ดีอีกด้วยด้วยคุณสมบัติของอิฐมวลเบาที่มีส่วนผสมของวัสดุที่เป็นฉนวนต้านความร้อนที่มีอยู่ในก้อนอยุ่แล้ว

วิเคราะห์ตัวอย่างสิ่งก่อสร้างในจังหวัดพิษณุโลกที่ใช้ผนังอิฐมวลเบา

โครงการเรือนแพ แยกเรือนแพ จังหวัดพิษณุโลก
  
                       
 
 
 
 เป็นการนำอิฐมวลเบามาทำเป็นผนัง ชึ่งมีการเลือกใช้วัสดุได้มีความสอดคล้องกับบริบทรอบโครงการที่สร้างอยู่บนฐานแพซึ่งรับน้ำหนักได้ไม่มากนัก ถ้าเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักมากอาจจะจมลงไปในน้ำได้ และลักษณะรอบโครงการเป็นพื้นที่โล่งปราศจากสิ่งปกคลุม ทำให้ตัวอาคารต้องรับแสงแดดในทุกๆด้าน การใช้อิฐมวลเบาจึงช่วยลดความร้อนได้

โครงการแกรนด์โฮม ทาวเฮ้าส์ สไตล์บ้านเดี่ยว พิษณุโลก

โครงการพฤษาธารา 

การเลือกใช้ผนังอิฐมวลเบามาก่อสร้างอาคารประเภทบ้านเช่าเป็นที่นิยมมาก เพราะก่อสร้างได้รวดเร็ว เพราะถ้าเปิดให้ลูกค้าเข้าใช้เร็วก็จะทำให้ได้กำไรเร็วขึ้น

             ก่อนการออกแบบงานทางด้านสถาปัตยกรรมในแต่ละครั้งควรจะมีการศึกษาและวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องบริบท สภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศให้ละเอียดเสียก่อน เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกใช้วัสดุให้สอดคล้องตามลักษณะต่างๆ  เพื่องานที่เราได้สร้างสรรค์คิดออกแบบมาสามารถตอบวัตถุประสงค์และความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา:

วัสดุทำผนังที่มีค่าความต้านทานความร้อนสูง

http://winyou.asia/kato/lightweightconcrete.htm

ผนังกันความร้อน

http://www.khomesmilesclub.com/w_homesmilesclub/W_decor_detail.aspx?S_C_IDCODE=803

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: