Skip navigation

คลังเก็บรายเดือน: พฤศจิกายน 2009

26/11/09

ตรวจแบบครั้งที่5

  • ใส่ช่องชาร์ปแปลนชั้น1ด้วย
  • ควรจะย้ายห้องแผงไฟมาไว้ในห้องคอมมอนรูม ถ้าไว้ข้างนอกจะโดนแดดโดนฝน
  • หลังคาแก้รางน้ำ
  • Designบันไดหลักให้ดุน่าสนใจ

23/11/09

ตรวจแบบครั้งที่4

โถงทางเข้าแคบเกินไป

น่าจะย้ายสำนักงานไปไว้ข้างหลัง

designบันไดให้สวยงาม

ย้ายห้องซักรีดไปไว้ข้างหลังเพื่อที่จะได้มีพ.ทไว้ตากผ้า

MODEL:APARTMENT

pin-up

19/11/09

ผู้ตรวจ: อ.นอ และอ.เล็ก

  • อ.บอกให้ย้ายบันไดหลักไปอยู่ข้างใน
  • ลดห้องชั้น1 เช่นห้องพักยามและแม่บ้านไม่จำเป็นต้องมีก็ได้
  • ต้องเพิ่มที่จอดรถ
  • ย้ายมินิมาร์ทออกมาข้างนอก
  • ออกแบบบันไดให้สวยงาม

       design concept

     แปลนชั้น1และ2

     แปลนชั้น3และ4

     รูปด้าน1-4

     รูปตัด1และ2

MODEL: APARTMENT

                     

16/11/09

ตรวจแบบครั้งที่3:

วันนี้อ.อ้นขอดู conceptโมเดลกับแปลน

  • อธิบายconceptที่ปรับconceptหลักให้มีความเป็นรูปธรรมอย่างที่อ.บอกแต่ยังคงconcept

เหมือนเดิมอ.ก็บอกว่าก็ใช้ได้นะ!

  • เริ่มแปลนชั้น1 ด้านหน้าทางเข้าไม่น่าจะทำผนังกระจกเพราะจะทำให้คนที่พักผ่อนอยุ่ภายใน

เกิดความไม่เป็นส่วนตัว เพราะคอนเซ็ปเน้นการพักผ่อนโดยปราศจากการรบกวนจากโลกภายนอก

  • ระดับพื้นชานพักข้างหน้าควรเป็นระดับเดียวกันกับข้างในเผื่อคนพิการ
  • ข้างหน้าควรจะมีพื้นที่สำหรับยาม
  • ควรปรับประตูห้องเก็บของใหม่
  • Common roomกับสวนน่าจะลงไปใช้ได้ โดยทำบันไดลงไป
  • ด้านหลังอาคารน่าจะมีทางเข้ารอง
  • ย้ายห้องเก็บขยะให้เข้ามาอยู่ในตัวอาคาร
  • แปลนชั้น2ปรับประตูทางเข้าห้องstudioที่ตรงกับบันได
  • แปลนชั้น4พื้นที่ที่ว่างอยู่คิดด้วยว่าจะทำอะไร
  • ควรเปิดพ.ทout door ของชั้น4ไว้วางแทงก์น้ำและเป็นพ.ทตากผ้า

วันนี้อ.อ้นตรวจแบบน้านนาน เพื่อนๆหลับกันเปนแถวเลย แต่ก็ดีนะอ.แนะนำให้พวกเราว่าอะไรควรปรับแก้ตรงไหนบ้าง อ.ตรวจแบบดีมากมาก

12/11/09

ตรวจแบบครั้งที่2

วันนี้ก็มีconcept,areaห้องอันเก่าที่ต้องปรับแก้บางห้องและareaห้องใหม่ที่ต้องเพิ่ม,

แล้วก็massของอาคารโดยรวม,function diagram,สรุปโปรแกรมพื้นที่รวมทั้งโครงการไปตรวจ

แล้วอ.อ้นก็คอมเม้นว่า….

  • ที่จอดรถดูแล้วก็okเลือกจอดแบบตัวLแบ่งจอดข้างหน้า4คัน ข้าง6คันระยะถอยก็พอนะ
  • Massอาคารโดยรวมยังค่อนข้างทึบ ควรจะเปิดช่องแสงด้านบนหลังคา
  • สวนควรจะจัดด้วยว่าจะทำอะไร
  • หลังคาควรจะคิดด้วยว่าจะใช้หลังคาอะไร ถ้าเป็นfiat slab ควรมีราวกันตกอย่างน้อย30ซ.ม
  • บันไดหนีไฟอาจสิ้นสุดที่ชั้น2แล้วมีบันไดลิงต่อลงมา หรือถ้าต่อบันไดลงมาถึงพื้นจะต้องมี

ประตูเปิดปิดเพื่อป้องกันบุคคลภายนอกเข้ามา

  • ทางออกลงบันไดหนีไฟต้องมีประตูปิดอัตโนมัติ
  • บันไดหลักควรออกแบบให้ดูน่าสนใจ เพราะว่าเลือกที่จะโชว์บันไดควรเลือกโครงสร้างแบบโล่ง

และมีความเบา

  • ห้อง one bedroom ไม่น่าจะจัดครัวเป็นตัวLเพราะเปลืองพื้นที่
  • Compescerคิดด้วยว่าจะวางที่ระเบียงหรือแขวน
  • Common room ต้องมีประตูกั้นแยกสัดส่วนออกจากพื้นที่อื่น
  • แท้งก์น้ำควรมีข้างล่าง2ลูกข้างบน2ลูก ใช้ขนาด200ลิตร

จำนวนห้องขั้นต่ำที่ทุกคนต้องมี  studio10 one bedroom4 two bedroom3 นะครับ!

MASS STUDY

 

Istanbul Kayabasi Housing Design Competition / First Prize for Aboutblank

 The Hollywood / Kanner Architects

Soumaya Museum / LAR + Fernando Romero

Site&lawเกี่ยวกับapartment

รูปแบบห้อง

  • พื้นที่ห้องไม่ควรเกิน 30 m2 (studio) / 60 m2 (1 BR) / 90 m2 (2 BR) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแนวคิดและวิธีการจัดพื้นที่ภายในห้องต้องสมเหตุสมผลกับขนาดห้องที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวเลขที่ให้เป็นค่าที่เผื่อเอาไว้อาจต้องมีการปรับลดลงอีกทีในขั้นตอนการออกแบบ
  • ภายในห้องพัก โดยเฉพาะห้องนอนควรมีพื้นที่ด้านใดด้านหนึ่งอยู่ติดกับภายนอกอาคารเพื่อทำช่องเปิดระบายอากาศ
  • ประเด็นย่อยที่ต้องคำนึงถึง พื้นที่วางระบบปรับอากาศ (Condensing unit) พื้นที่วางเครื่องซักผ้าและตากผ้าขนาดกระทัดรัด
  • การวางตำแหน่งห้องน้ำอย่าลืมคำนึงถึงตำแหน่งช่อง Shaft และงานระบบโดยรวม
  • การคิดพื้นที่ให้เน้นพื้นที่ภายในห้อง ส่วนของระเบียงเป็นส่วนเสริมอาจไม่คิดรวมเข้าไปด้วย เช่น ห้องพักสตูดิโอขนาด 25 + 4 (หมายความว่าพื้นที่ภายในห้อง 25 m2 และส่วนของระเบียงภายนอก 4 m2
  • จำนวนของห้องพักแต่ละชนิดให้คำนวนเอาเองตามความเหมาะสมเนื่องจากขนาดพื้นที่ของแต่ละคนไม่เท่ากัน โดยปกติแล้วสัดส่วนของห้องที่เล็กที่สุดจะมีจำนวนมากที่สุดเช่น ห้องสตูดิโออาจมีประมาณ 50% ของจำนวนห้องทั้งหมดที่เหลือเป็นห้องแบบ 1BR และ 2BR เป็นต้น

โครงสร้างและวัสดุ

  • โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้โครงสร้าง คสล. แบบเสาคานทั่วไป Span เสาหากจะให้ประหยัดพื้นที่โดยสามารถจอดรถใต้อาคารได้จะมีขนาดประมาณ 5.00 m + ขนาดความกว้างเสา (จอด 2 คัน) หรือ 7.50 m + ขนาดความกว้างเสา (จอด 3 คัน)
  • พื้นภายในห้องอาจใช้ระบบพื้นสำเร็จรูป หรือหล่อในที่ก็ได้ แต่หลังคาไม่ควรใช้ Slab เพราะจะร้อนมาก
  • ควรเผื่อพื้นที่วางถังเก็บน้ำด้านบนของตัวอาคารไว้ด้วย และอย่าลืมคำนึงถึงลักษณะของรูปด้านที่จะออกมาในภาพรวม โดยส่วนใหญ่จะวางตำแหน่งไว้ด้านบนของช่องบันไดแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของงานออกแบบแต่ละคน
  • “ผนังกันไฟ” หมายความว่า ผนังทึบที่ก่อด้วยอิฐธรรมดาหนาไม่น้อยกว่า 18 เซนติเมตร และไม่มีช่องที่ให้ไฟหรือควันผ่านได้ หรือจะเป็นผนังทึบที่ทำด้วยวัสดุทนไฟอย่างอื่นที่มีคุณสมบัติในการป้องกันไฟได้ดีไม่น้อยกว่าผนังที่ก่อด้วยอิฐธรรมดา หนา 18 เซนติเมตร ถ้าเป็นผนังคอนกรีตเสริมเหล็กต้องหนาไม่น้อยกว่า 12 เซนติเมตร (กฏกระทรวงฉบับที่ 55)
  • โครงสร้างส่วน Façade และหลังคาอาจมีวัสดุโครงสร้างระบบอื่นเข้ามาผสมผสานได้ตามความเหมาะสม

กฏหมายอาคาร

  • ห้องนอนในอาคารให้มีความกว้างด้านแคบที่สุดไม่น้อยกว่า 2.50 เมตร และมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 8 ตารางเมตร (กฏกระทรวงฉบับที่ 55 หมวด 2 ส่วนที่ 2 ข้อ 20)
  • บันไดของอาคารอยู่อาศัยรวม หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก สำนักงาน อาคารสาธารณะ อาคารพาณิชย์ โรงงาน และอาคารพิเศษ สำหรับที่ใช้กับชั้นที่มีพื้นที่อาคารชั้นเหนือขึ้นไปรวมกันไม่เกิน 300 ตารางเมตร ต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 1.20 เมตร แต่สำหรับบันไดของอาคารดังกล่าวที่ใช้กับชั้นที่มีพื้นที่อาคารชั้นเหนือขึ้นไปรวมกันเกิน 300 ตารางเมตร ต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร ถ้าความกว้างสุทธิของบันไดน้อยกว่า 1.50 เมตร ต้องมีบันไดอย่างน้อยสองบันได และแต่ละบันไดต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 1.20 เมตร (กฏกระทรวงฉบับที่ 55 หมวด 2 ส่วนที่ 3 ข้อ 24)
  • บันไดตามข้อ 24 จะต้องมีระยะห่างไม่เกิน 40 เมตร จากจุดที่ไกลสุดบนพื้นชั้นนั้น (กฏกระทรวงฉบับที่ 55 หมวด 2 ส่วนที่ 3 ข้อ 25)
  • อาคารอยู่อาศัย และอาคารอยู่อาศัยรวม ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า 30 ใน 100 สวนของพื้นที่ชั้นใดชั้นหนึ่งที่มากที่สุดของอาคาร (กฏกระทรวงฉบับที่ 55 หมวด 3 ข้อ 33) ข้อนี้ดูดีๆน่าจะผิดกันเยอะ เพราะ 30% ไม่ใช่ของที่ดิน แต่เป็นพื้นที่อาคารชั้นที่มีพื้นที่มากที่สุดในอาคาร
  • ให้ดูกฏกระทรวงฉบับ 55 หมวด 4 เรื่องแนวอาคารและระยะร่นต่างๆให้ดี ในกรณีที่มีอาคารมากกว่าหนึ่งหลังในเขตที่ดินเดียวกันต้องเว้นระยะตามที่กำหนดไว้ด้วย
  • โหลดกฏหมายเพิ่มเติมที่เว็บ ASA > http://asa.or.th/?q=node/98701

 

09/11/09กลุ่มอ.อ้น

ตรวจแบบครั้งที่1:

การตรวจแบบครั้งเเรกก็ยังไม่ค่อยมีอะไร เพราะเราพึ่งจะทำprojectนี้ครั้งแรก” ยังงงๆอยู่”

ว่าด้วยเรื่องconcept:อาจารย์ก็แนะนำให้คิดconceptจากfrom เพราะว่าจะสื่อออกมาให้เห็นภาพได้ชัดเจน

functionและarea requiement:อาจารย์ก็ดูขนาดห้องของแต่ละคน และคิดพื้นที่รวมคร่าวๆ

อาจารย์บอกว่าการแบ่งzone apartment ควรจะแบ่งแบบนี้

1.ส่วนห้องพักมี3ชนิด

1.1 studio

1.2one bedroom

1.3two bed room

2.พื้นที่pubic

2.1โถงทางเข้า

2.2มินิมาร์ท

2.3พ.ทกิจกรรม/common room

2.4ตู้จดหมาย

2.5สำนักงาน

2.6ห้องน้ำสาธารณะช/ญ

3.ส่วนบริการอาคาร(งานระบบ)

3.1ส่วนวักผ้าหยอดเหรียญ

3.2ห้องป้มน้ำ

3.3ห้องแผงไฟ

3.4ห้องพักแม่บ้าน

3.5ห้องพักรปภ.

3.6ห้องเก็บของ

3.7ห้องเก็บขยะ

4.ที่จอดรถ

4.1รถยนต์

4.2จักรยานยนต์

5.พื้นที่สวน

” วันนี้ก็มีก็จบการตรวจแบบเท่านี้แหละนะ”

http://www.brick.org.uk/index.html

http://www.wienerberger.com

การใช้ผนังไม้เทียมในจ.พิพณุโลก

หัวข้อ: การใช้ผนังไม้เทียมในจ.พิษณุโลก

ที่มา:

        ตั้งแต่ในอดีตสิ่งปลูกสร้างทั้งหลายที่ทำจากไม้ล้วนแต่ทำมาจากไม้จริงทั้งสิ้น จนมาถึงปัจจุบันป่าไม้ได้ถูกทำลายไปด้วยน้ำมือของมนุษย์เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองจนแทบจะหมดสิ้นลงไปทุกวัน  แต่ด้วยวิทยาการที่ก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีจึงมีการคิดค้นการทำไม้เทียมขึ้นมา และยังเป็นวัสดุราคาประหยัดอีกด้วย ซึ่งเป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน

 เหตุผลที่เลือกหัวข้อนี้มาทำการศึกษาค้นคว้ามีดังนี้

  1. ต้องการทราบว่าเพราะเหตุใดในปัจจุบันคนส่วนใหญ่จึงหันมานิยมใช้ไม้เทียมแทนไม้จริงในการทำผนังสิ่งก่อสร้าง
  2. สิ่งก่อสร้างประเภทใดบ้างที่เหมาะสมต่อการนำไม้เทียมมาทำผนัง
  3. ในจ.พิษณุโลกมีกี่เปอร์เซ็นที่ใช้ผนังไม้เทียม
  4. คนส่วนใหญ่มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการนำไม้เทียมมาใช้ในงานสถาปัตยกรรม

กระบวนการศึกษา:

         1.ค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับผนังไม้เทียมและไม้จริงว่ามีคุณสมบัติต่างกันอย่างไร

         2.สัมภาษณ์และสอบถามควาคมคิดเห็นประชาชนที่ใช้ไม้เทียม

         3.วิเคราะห์ข้อมูล

         4.ประเมินผลการศึกษาค้นคว้า

ผลลัพธ์:

          1.คาดว่าจะทำให้เราทราบว่าเพราะเหตุใดคนในจ.พิษณุโลกจึงนิยมใช้ไม้เทียม

          2.คาดว่าเราจะสามารถนำข้อมูลที่ได้ศึกษานี้ไปใช้ในงานdesignโดยการเลือกใช้วัสดุประเภทไม้เทียมมาทดแทนไม้จริง เพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากรป่าไม้อีกทางหนึ่งด้วย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ:

                 ทำให้เราทราบว่าในจ.พิษณุโลกของเรามีการใช้ไม้เทียมและมีความคิดเห็นอย่างไรต่อการนำไม้เทียมมาประยุกต์ใช้ในงานสถาปัตยกรรม ซึ่งจะทำให้เราสามารถdesignงานให้ออกมาตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.